
มีความฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองไหม แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงใช่ไหม บางครั้งไอเดียมากมายที่อยู่ในหัวกลับทำให้สับสนว่าควรจะหยิบจับอะไรมาสร้างเป็นธุรกิจได้จริงไหม ความกังวลเรื่องเงินทุน ประสบการณ์ หรือแม้กระทั่งเวลาที่จำกัด มักเป็นกำแพงที่ทำให้หลายคนไม่กล้าก้าวออกจากจุดที่ยืนอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานหรือคุณแม่บ้านที่ชีวิตวนเวียนอยู่กับกิจวัตรประจำวัน การดูแลบ้านดูแลครอบครัว ทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความพิเศษ ไม่มีต้นทุนเพียงพอที่จะเริ่มต้น
แต่ลองมองให้ลึกลงไป คุณอาจจะมี ‘ต้นทุน’ ที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด ต้นทุนที่ว่าไม่ใช่เงินก้อนโต แต่คือ ‘ทักษะ’ และ ‘ประสบการณ์’ ที่สั่งสมมาจากการใช้ชีวิตจริง โดยเฉพาะทักษะของแม่บ้านหลายคนที่ถูกมองข้าม กลับเป็นขุมทรัพย์ที่พร้อมจะเปลี่ยนเป็นธุรกิจที่ทำเงินล้านได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เหตุผลที่ทักษะแม่บ้านเป็นเหมือนทองคำในโลกธุรกิจ การดูแลบ้าน จัดการครอบครัว ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยและเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ แต่ลองพิจารณาดีๆ ทักษะเหล่านี้คือแก่นของการบริหารจัดการธุรกิจในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการงบประมาณครัวเรือนที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ การบริหารเวลาให้ลงตัวกับสารพัดงาน การดูแลสมาชิกในบ้านให้เป็นระเบียบ การจัดการสต็อกของใช้ในบ้าน ไปจนถึงการตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้คือทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการบริหารจัดการธุรกิจให้เติบโต ลองดูว่าทักษะเหล่านี้ไปต่อยอดธุรกิจได้อย่างไร
- การจัดการเวลาและจัดลำดับความสำคัญ: การเป็นแม่บ้านต้องจัดสรรเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งหมดให้ลงตัว นี่คือทักษะสำคัญในการบริหารโครงการและเดดไลน์ในธุรกิจ
- การบริหารจัดการงบประมาณ: การจัดสรรเงินในครัวเรือนให้พอใช้จ่ายไปตลอดเดือน รวมถึงการวางแผนเก็บออม เป็นพื้นฐานของการทำบัญชีและการเงินในธุรกิจ
- ทักษะการดูแลใส่ใจและการบริการ: การดูแลสมาชิกในครอบครัวด้วยความเข้าใจและความละเอียดอ่อน เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า
- ทักษะเฉพาะด้าน: การทำอาหาร ขนม งานฝีมือ การจัดบ้าน จัดสวน การจัดเลี้ยง การดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งการเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำเรื่องชีวิตครอบครัว ล้วนเป็นบริการที่มีมูลค่ามหาศาลหากนำมาทำให้เป็นระบบและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด
มีลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นคุณแม่ลูกสอง มีความสามารถในการทำอาหารไทยโบราณที่อร่อยและประณีตมาก ในช่วงแรกๆ ก็ทำแค่ให้คนในครอบครัวกิน หรือรับออเดอร์เล็กๆ จากเพื่อนบ้าน แต่เมื่อได้พูดคุยกันถึงแนวคิดการนำทักษะมาต่อยอดเป็นธุรกิจ ก็ได้แนะนำให้เธอมองเห็น ‘คุณค่า’ ที่มากกว่าแค่การทำอาหาร นั่นคือ ‘ความใส่ใจ’ ‘รสชาติแบบต้นตำรับ’ และ ‘ความสะอาดปลอดภัย’ ที่เธอให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการทำอาหารให้ลูกกิน เธอนำความสามารถเหล่านี้มาพัฒนาเป็นธุรกิจอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งสำหรับกลุ่มคนทำงานที่ไม่มีเวลาทำอาหารเอง หรือคุณแม่ที่อยากให้ลูกกินอาหารที่เหมือนทำเองที่บ้าน โดยเน้นจุดเด่นเรื่องรสชาติแบบไทยแท้ ปรุงสดใหม่ทุกวัน ใช้วัตถุดิบคุณภาพ และไม่มีสารกันบูด เธอบริหารจัดการทุกอย่างเอง ตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบ การผลิต การแพ็ค ไปจนถึงการส่งสินค้า ซึ่งต้องใช้ทักษะการจัดการรอบด้านที่เธอได้มาจากบทบาทแม่บ้าน ในเวลาไม่ถึงสองปี ธุรกิจของเธอเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีลูกค้าประจำจำนวนมาก และสร้างรายได้หลักล้านบาทต่อปี ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าทักษะจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ถูกมองข้ามไป กลับกลายเป็นขุมทรัพย์ที่แท้จริง
ดังนั้น อย่าเพิ่งมองข้ามทักษะที่คุณมีติดตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจัดระเบียบบ้าน การทำอาหาร การประดิษฐ์ประดอย หรือแม้แต่การเป็นที่ปรึกษาเรื่องชีวิต สิ่งเหล่านี้คือ ‘ต้นทุน’ ที่พร้อมจะงอกเงยเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้มหาศาล เพียงแค่คุณต้องมองเห็นคุณค่า กำหนดทิศทาง และวางแผนการตลาดให้ถูกจุด เริ่มต้นด้วยสิ่งที่คุณรักและทำได้ดีที่สุด แล้วต่อยอดให้เป็นธุรกิจที่ยั่งยืน คุณก็สามารถเป็นเจ้าของกิจการที่ประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเลย
สำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจและต้องการที่ปรึกษาในการวางแผนธุรกิจและการตลาดให้สำเร็จในก้าวแรก สามารถติดตามข่าวสารและเคล็ดลับดีๆ หรือทักเข้ามาพูดคุยกับ Smart Startup ได้โดยตรงที่ Facebook Page: https://www.facebook.com/smartstartupthailand