
การเริ่มต้นธุรกิจก็เหมือนการสร้างบ้าน ไม่ใช่แค่มีที่ดินกับอิฐหินปูนทราย แต่ต้องมี “พิมพ์เขียว” ที่ชัดเจนและแข็งแรง และสำหรับพิมพ์เขียวของธุรกิจ “ตัวเลขทางการเงิน” คือเสาหลักที่สำคัญที่สุด ถึงแม้ไม่ใช่คนเก่งคณิตศาสตร์หรือมองตัวเลขแล้วปวดหัว ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะการทำธุรกิจให้มั่นคง ไม่จำเป็นต้องเป็นนักคณิตศาสตร์อัจฉริยะ แค่เข้าใจ “3 ตัวเลขหัวใจ” ที่จะทำให้ธุรกิจไปต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานประจำหรือแม่บ้านที่อยากมีกิจการเป็นของตัวเอง ก็สามารถเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจในทุกก้าว
ตัวเลขเหล่านี้คือเข็มทิศที่จะนำทางให้รู้ว่าธุรกิจกำลังเดินไปในทิศทางไหน ควรเร่งหรือผ่อน ควรปรับปรุงตรงไหน และเมื่อไหร่จะเริ่มมองเห็นกำไรได้อย่างแท้จริง การรู้ตัวเลขเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความพร้อมให้กับธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น
3 ตัวเลขสำคัญที่ต้องรู้จักในแผนธุรกิจ
- จุดคุ้มทุน (Break-Even Point)
- ทำไมต้องรู้: เคยรู้สึกไหมว่า อยากขายของ แต่ไม่รู้ว่าต้องขายกี่ชิ้น หรือได้เงินเท่าไหร่ถึงจะพ้นจากภาวะขาดทุน นี่คือคำตอบ “จุดคุ้มทุน” บอกให้รู้ว่าต้องสร้างยอดขายเท่าไรถึงจะพอดีกับต้นทุนทั้งหมดที่ลงไป ทั้งต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร ถ้ายังไปไม่ถึงจุดนี้ ธุรกิจก็ยังขาดทุนอยู่
- ความสำคัญ: การรู้จุดคุ้มทุนล่วงหน้าทำให้วางแผนได้ว่า ในแต่ละวัน แต่ละเดือน ต้องสร้างยอดขายเท่าไหร่ถึงจะอยู่รอด ถือเป็นเป้าหมายแรกสุดที่ทุกธุรกิจต้องพุ่งชนให้ถึง เหมือนกับการวิ่งมาราธอนที่ต้องรู้ระยะทางถึงจุดพักแรก เพื่อวางแผนกำลังกายและใจให้ไปถึงให้ได้
- ต้นทุนคงที่และต้นทุนผันแปร (Fixed Cost & Variable Cost)
- ทำไมต้องรู้: การแยกแยะต้นทุนสองประเภทนี้ได้ คือกุญแจสำคัญในการบริหารจัดการเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
- ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost): คือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นประจำ ไม่ว่าธุรกิจจะขายได้มากหรือน้อยแค่ไหน เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าเงินเดือนพนักงานประจำ ค่าประกันภัย ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ต่างๆ
- ต้นทุนผันแปร (Variable Cost): คือค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิตหรือยอดขาย เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าขนส่งสินค้า ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขาย ยิ่งผลิตมาก ขายมาก ต้นทุนส่วนนี้ก็จะยิ่งสูงขึ้น
- ความสำคัญ: การเข้าใจโครงสร้างต้นทุนนี้ช่วยให้สามารถประเมินความสามารถในการทำกำไร วางแผนการลดต้นทุน หรือแม้แต่กำหนดราคาสินค้าได้อย่างเหมาะสม เหมือนกับการทำอาหาร ต้องแยกให้ได้ว่าอะไรคือต้นทุนของเตาแก๊สที่ต้องจ่ายไม่ว่าทำมากน้อย (คงที่) กับอะไรคือต้นทุนของวัตถุดิบที่ใช้ไปตามปริมาณที่ทำ (ผันแปร)
- กำไรขั้นต้น (Gross Profit)
- ทำไมต้องรู้: กำไรขั้นต้นคือรายได้ที่เหลือหลังจากหักต้นทุนโดยตรงในการผลิตสินค้าหรือให้บริการออกไป เป็นตัวเลขที่บอกประสิทธิภาพการขายและการควบคุมต้นทุนสินค้า/บริการได้โดยตรง
- วิธีการคำนวณแบบง่ายๆ: รายได้จากการขาย – ต้นทุนสินค้าที่ขายไป (Cost of Goods Sold: COGS)
- ความสำคัญ: ตัวเลขนี้สำคัญมาก เพราะมันคือเงินที่เหลืออยู่เพื่อนำไปจ่ายต้นทุนคงที่ต่างๆ และเป็นเงินที่จะกลายเป็นกำไรสุทธิในที่สุด ถ้ากำไรขั้นต้นต่ำเกินไป แสดงว่าราคาขายอาจจะน้อยเกินไป หรือต้นทุนวัตถุดิบ/การผลิตยังสูงอยู่ ต้องรีบหาวิธีปรับปรุง เหมือนเงินที่เหลือหลังจากหักค่าวัตถุดิบทั้งหมดในการทำขนมไปแล้ว เป็นตัวบอกว่าขนมแต่ละชิ้นทำกำไรให้ได้มากน้อยแค่ไหน
ยกตัวอย่างง่ายๆ จากชีวิตจริง
ลองนึกถึงคุณป้าข้างบ้านที่เปิดร้านขนมเล็กๆ ขายออนไลน์ คุณป้าอาจจะไม่ได้เรียนบริหารธุรกิจมา แต่ก็สามารถทำเงินได้จริง เพราะคุณป้ารู้จักตัวเลขเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว
- จุดคุ้มทุน: คุณป้ารู้ว่าต้องขายขนมให้ได้กี่ชิ้นต่อวันถึงจะพอค่าวัตถุดิบ ค่ากล่อง ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ตที่ใช้โปรโมท หรือค่าขนส่งบางส่วน (ซึ่งคือต้นทุนคงที่และผันแปร) ถ้าวันไหนขายได้น้อยกว่านี้ คุณป้าก็รู้ว่าวันนั้นขาดทุน
- ต้นทุนคงที่/ผันแปร: คุณป้าแยกได้ว่าค่าเน็ต (ต้นทุนคงที่) ต้องจ่ายทุกเดือนไม่ว่าจะขายได้กี่ชิ้น แต่ค่าแป้ง ค่าไข่ ค่าน้ำตาล (ต้นทุนผันแปร) จะจ่ายเพิ่มขึ้นตามจำนวนขนมที่ทำ
- กำไรขั้นต้น: คุณป้ารู้ว่าขนม 1 ชิ้น ขาย 35 บาท วัตถุดิบต้นทุน 15 บาท ดังนั้นเหลือ 20 บาท นี่คือเงินที่จะเอาไปหักค่าอื่นๆ ต่อไป ถ้า 20 บาทนี้ไม่พอ คุณป้าก็จะรู้ว่าต้องหาวิธีลดต้นทุนวัตถุดิบ หรือขึ้นราคาขนม
การเข้าใจ 3 ตัวเลขนี้ ไม่จำเป็นต้องลงลึกถึงขั้นคำนวณซับซ้อน ขอแค่เข้าใจหลักการและนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตัวเองได้ เท่านี้ก็ถือว่ามีอาวุธที่แข็งแกร่งมากพอที่จะเริ่มต้นและนำพาธุรกิจให้ไปรอดได้แล้ว การเงินไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้าเราเข้าใจแก่นแท้ของมัน
สำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจและต้องการที่ปรึกษาในการวางแผนธุรกิจและการตลาดให้สำเร็จในก้าวแรก สามารถติดตามข่าวสารและเคล็ดลับดีๆ หรือทักเข้ามาพูดคุยกับ Smart Startup ได้โดยตรงที่ Facebook Page: https://www.facebook.com/smartstartupthailand